
เรียน ท่านผู้ถือหุ้นที่เคารพทุกท่าน
ปี 2568 ยังคงเป็นอีกปีที่เศรษฐกิจไทยต้องเผชิญกับปัจจัยเสี่ยงทางเศรษฐกิจ ทั้งจากปัจจัยภายในประเทศและความผันผวนของเศรษฐกิจโลก ท่ามกลางนโนบายมาตรการภาษีของสหรัฐอเมริกา ทำให้ต้นทุนวัตถุดิบและชิ้นส่วนที่นำเข้าจากต่างประเทศสูงขึ้น ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตและต้นทุนของสินค้าในระบบห่วงโซ่อุปทานโลกสูงขึ้น ซึ่งอาจทำให้บางบริษัทชะลอการลงทุนหรือปรับโครงสร้างการผลิต ส่งผลต่อเสถียรภาพของตลาดสินค้าโลกและการตัดสินใจของนักลงทุนในระยะยาว ส่งผลต่อเสถียรภาพราคาพลังงาน การค้าโลก และทิศทางการลงทุนระหว่างประเทศอย่างต่อเนื่อง ทำให้แม้ธนาคารกลางของสหรัฐอเมริกาและยุโรปเริ่มส่งสัญญาณผ่อนคลายนโยบายการเงินผ่านการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเป็นลำดับ โดยเศรษฐกิจโลกปี 2568 คาดว่าจะเติบโตเพียง ร้อยละ 2.6 ซึ่งอยู่ในระดับทรงตัวเมื่อเทียบกับปี 2567 และยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในช่วงก่อนวิกฤตโควิด-19
แม้เศรษฐกิจโลกจะเติบโตเพียงร้อยละ 2.6 ท่ามกลางความผันผวน แต่เศรษฐกิจไทยยังสามารถขยายตัวได้ที่ร้อยละ 2.2 สะท้อนศักยภาพพื้นฐานของเศรษฐกิจไทยที่ยังแข็งแรง โดยมีแรงสนับสนุนจากภาคท่องเที่ยว การส่งออกที่ทยอยฟื้นตัว และการเบิกจ่ายงบประมาณภาครัฐที่เริ่มเดินหน้าได้เต็มที่ อย่างไรก็ตาม ภาวะหนี้ครัวเรือนที่ยังอยู่ในระดับสูง การปล่อยสินเชื่อที่เข้มงวด และต้นทุนทางการเงินที่ยังคงอยู่ในระดับสูง ยังคงเป็นปัจจัยที่จำกัดการเติบโตของอุปสงค์ในตลาดอสังหาริมทรัพย์
อย่างไรก็ดี สภาวะเศรษฐกิจไทยในปี 2568 ยังเผชิญแรงกดดันสำคัญจากภาระหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูงแม้คณะกรรมการนโยบายการเงินจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงในช่วงปลายปี 2568 ภาคอสังหาริมทรัพย์ยังมีปัจจัยเสี่ยง โดยเฉพาะการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงินทั้งสินเชื่อโครงการ (Project Loan) และสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย (Mortgage Loan) ที่ยังคงเข้มงวด สร้างผลกระทบให้มูลค่าการอนุมัติสินเชื่อที่อยู่อาศัยทั่วประเทศมีแนวโน้มลดลงเมื่อเทียบกับปี 2567 อย่างไรก็ตาม ความต้องการที่อยู่อาศัยในกลุ่มผู้ซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริง (Real Demand) ยังคงมีอยู่ และถือเป็นฐานกำลังซื้อที่สำคัญของตลาดในระยะยาว รวมถึงมาตรการช่วยเหลืออย่างการผ่อนคลาย LTV และการลดค่าธรรมเนียมการโอนจดจำนองเพื่อกระตุ้นกำลังซื้อ
ภายใต้บริบทดังกล่าว LPN ยังคงดำเนินกลยุทธ์ในการปรับปรุงประสิทธิภาพองค์กรอย่างต่อเนื่องในปี 2568 ผ่านการปรับกระบวนการทำงานเพื่อลดขั้นตอน เพิ่มประสิทธิภาพ และเสริมสภาพคล่องทางการเงิน การบริหารจัดการสินค้าคงคลังอย่างรัดกุม และการควบคุมต้นทุนให้เหมาะสม สอดคล้องกับแนวคิด “Healthy Resilience” ทั้งในด้านการบริหารพอร์ตโฟลิโออสังหาริมทรัพย์ (Portfolio) การจัดการทรัพยากรองค์กร (Resource) และการสร้างผลตอบแทนที่ยั่งยืนให้แก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วน (Stakeholders’ Wealth)
พร้อมกันนี้ LPN ยังเดินหน้าตามแผนพัฒนาองค์กรสู่การเป็นองค์กรสีเขียว ผ่านแนวทาง Carbon Reduction toward Net Zero Management โดยมีการดำเนินมาตรการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกระบวนการทำงานอย่างต่อเนื่อง และสามารถลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้เพิ่มขึ้นเป็น ร้อยละ 8.6 ในปี 2568 เมื่อเทียบกับปี 2567 ซึ่งเป็นไปตามแผนที่วางไว้
ผมขอขอบคุณคณะผู้บริหารและพนักงานทุกคนที่ร่วมแรงร่วมใจในการขับเคลื่อนองค์กรท่ามกลางความท้าทายมากมาย รวมถึงผู้ถือหุ้น พันธมิตรทางธุรกิจ และลูกค้าทุกท่าน ที่ไว้วางใจและสนับสนุน LPN เสมอมา ความเชื่อมั่นของทุกท่านคือแรงผลักดันสำคัญที่ทำให้เรายืนหยัดและก้าวต่อไปอย่างมั่นคง
LPN จะยังคงมุ่งมั่นพัฒนาและส่งมอบ “บ้านน่าอยู่” ที่สะท้อนคุณภาพชีวิตที่ดี โดยคำนึงถึงความคุ้มค่า ความปลอดภัย และความยั่งยืน เพื่อให้เราสามารถส่งมอบคุณค่าที่ดีที่สุดแก่ลูกค้าและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในทุกมิติ พร้อมทั้งสร้างการเติบโตระยะยาวให้กับองค์กรอย่างมั่นคงและยั่งยืน
อมรศักดิ์ นพรัมภา
ประธานกรรมการบริษัท