ปี 2560 ปีแห่งการปรับเปลี่ยน (Year of Shift) ของบริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ LPN ผู้ประกอบธุรกิจในการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ โดยมุ่งเน้น (Focus) การพัฒนาอาคารชุดพักอาศัยภายในเมืองในราคาที่สามารถครอบครองได้ (Affordable Price) สำหรับกลุ่มลูกค้าที่มีรายได้ในระดับกลางถึงกลาง-ล่างเป็นกลุ่มเป้าหมายหลัก ด้วยการออกแบบและพัฒนาโครงการภายใต้แนวคิด LPN Design ซึ่งคำนึงถึงคุณค่าของผลิตภัณฑ์ (Product Value) ที่ส่งมอบให้กับลูกค้า การพัฒนาโครงการที่มีขนาดใหญ่เพื่อได้เปรียบในเรื่องของต้นทุน และยังคงสามารถควบคุมราคาให้เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมาย (Economy of Scale) ประกอบกับกระบวนการในการพัฒนาตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำที่เน้นความรวดเร็ว (Economy of Speed) เพื่อลดความเสี่ยงในการส่งมอบให้กับทั้งลูกค้าและบริษัท และการสร้างความแตกต่างด้วยกลยุทธ์ “ชุมชนน่าอยู่” (Livable Community) ซึ่งเป็นคุณค่าด้านการบริการ (Services Value) ซึ่งดำเนินการโดยบริษัท ลุมพินี พร็อพเพอร์ตี้ มาเนจเมนท์ จำกัด (LPP) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัท ที่สามารถสร้างความประทับใจและก่อให้เกิดความผูกพันต่อลูกค้าและผู้อยู่อาศัยใน “ชุมชนลุมพินี” โดยกลุ่มลูกค้าที่มีความผูกพันกับ “แบรนด์ลุมพินี” เหล่านี้พร้อมที่จะแนะนำและบอกต่อ (Word of Mouth)

แนวทางในการดำเนินงานดังกล่าวได้สร้างการเติบโตในมิติของผลประกอบการให้กับบริษัทมาอย่างต่อเนื่องและยาวนาน แต่จากสถานการณ์ที่มีการเปลี่ยนแปลงอันมีนัยสำคัญในระยะ 2-3 ปีที่ผ่านมา อันเนื่องมาจากปัญหาหนี้ภาคครัวเรือนที่เพิ่มสูงขึ้น จนส่งผลให้สถาบันการเงินเพิ่มความเข้มข้นในการพิจารณาสินเชื่อ และปัญหาเศรษฐกิจที่อยู่ในภาวะชะลอตัว ซึ่งส่งผลต่อกำลังซื้อและความมั่นใจของผู้บริโภค ทั้งสองปัจจัยดังกล่าวส่งผลกระทบต่อการผลดำเนินงาน กลยุทธ์ และแนวทางในการพัฒนาโครงการของบริษัทตามที่กล่าวมาข้างต้นโดยตรง โดยในระยะ 2-3 ปีที่ผ่านมา ผลกระทบดังกล่าว ส่งผลให้รายได้ของบริษัทไม่เติบโตตามเป้าหมาย และระดับของสินค้าคงเหลือของบริษัทได้เพิ่มสูงขึ้น เพื่อแก้ไขปัญหาระยะสั้นนี้ ตั้งแต่ปี 2558 บริษัทได้ลดจำนวนโครงการที่เปิดตัวใหม่ลง อันเนื่องมาจากความกังวลต่อสถานการณ์โดยรวมที่อาจลุกลามไปสู่ปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจ และหันมาให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาสินค้าคงเหลือที่อยู่ในระดับสูง โดยมีเป้าหมายในการลดระดับสินค้าคงเหลือลงให้อยู่ในระดับปกติโดยเร็วที่สุด ซึ่งผลจากการดำเนินนโยบายดังกล่าว ในด้านหนึ่งบริษัทสามารถลดจำนวนสินค้าคงเหลือลงได้ตามเป้าหมาย โดยในปลายปี 2560 บริษัทมีสินค้าคงเหลือมูลค่ารวมประมาณ 7,000 ล้านบาท จากจำนวนยูนิตรวมประมาณ 6,500 ยูนิต หรือคิดเป็นร้อยละ 50 ของจำนวนและมูลค่าของสินค้าคงเหลือในต้นปี 2560 และคาดว่าระดับสินค้าคงเหลือของบริษัทจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติในปลายปี 2561 ในอีกด้านหนึ่งของผลกระทบจากนโยบายในการลดจำนวนโครงการเปิดตัวใหม่ลง ส่งผลให้รายได้ของบริษัทลดต่ำลงอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2560 บริษัทได้กำหนดกลยุทธ์ “เข้าสู่สภาวะถดถอย” เพื่อปรับเปลี่ยนแนวทางในการดำเนินธุรกิจใหม่ ด้วยการขยายกลุ่มเป้าหมายจากกลางถึงกลาง-ล่าง เป็นกลาง-ล่างถึงบน พร้อมทั้งปรับทำเลในการพัฒนา จากบริเวณที่มีความหนาแน่นสูงชานเมืองเป็นทำเลที่มีศักยภาพสูงกลางเมือง และลดขนาดของโครงการลง เพื่อสอดรับกับกลุ่มเป้าหมายที่มีการปรับเปลี่ยน จากนโยบายการปรับเปลี่ยนดังกล่าวในปี 2560 ส่งผลให้บริษัทมียอดขายสูงขึ้นกว่าปี 2559 ประมาณร้อยละ 88 หรือประมาณ 16,000 ล้านบาท จาก 8,500 ล้านบาทในปี 2559 โดยบริษัทมียอดขายรอโอน (Backlog) ณ สิ้นปี 2560 ประมาณ 7,400 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นประมาณ 5,900 ล้านบาท และ 1,500 ล้านบาท สำหรับปี 2561 และปี 2562 ตามลำดับ นอกจากการปรับเปลี่ยนแนวทางในการพัฒนาโครงการแล้ว บริษัทยังกำหนดให้มีการกระจายฐานรายได้ โดยเพิ่มรายได้จากการบริการด้วยการกำหนดให้บริษัทย่อยทั้ง 3 บริษัทที่เดิมให้บริการเฉพาะการดำเนินงานภายใน เปิดรับงานให้บริการสำหรับบุคคล นิติบุคคล หรือโครงการภายนอก ด้วยการให้บริการบริหารโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ และให้บริการบริหารชุมชน โดยในปี 2560 มีผู้ประกอบการและโครงการจำนวนมากได้ติดต่อเพื่อขอรับบริการดังกล่าว ส่งผลให้รายได้จากการบริการในปี 2560 ปรับตัวสูงขึ้นมากกว่าร้อยละ 11

สำหรับปี 2560 บริษัทครองส่วนแบ่งการตลาดเปิดตัวโครงการใหม่ประมาณร้อยละ 8 โดยบริษัทเปิดตัวโครงการใหม่จำนวน 10 โครงการ มูลค่ารวมของการเปิดตัวโครงการใหม่ปี 2560 สูงกว่าปี 2559 เกือบร้อยละ 160 หรือมูลค่ารวมประมาณ 14,000 ล้านบาท จาก 5,400 ล้านบาท ในปี 2559 ในส่วนของการก่อสร้างในปี 2560 บริษัทมีโครงการก่อสร้างแล้วเสร็จและจดทะเบียนเพียง 4 โครงการ มูลค่ารวมประมาณ 4,000 ล้านบาท โดยโครงการทั้งหมดยังคงเป็นโครงการซึ่งพัฒนาเพื่อรองรับกลุ่มเป้าหมายกลางถึงกลาง-ล่างเป็นหลัก จากจำนวนโครงการแล้วเสร็จที่น้อยลง จึงส่งผลต่อรายได้ในปี 2560 ให้ลดลงตามอย่างมีนัยสำคัญ ก่อนที่รายได้จะมีการปรับตัวสูงขึ้นในปี 2561 ตามจำนวนโครงการเปิดตัวใหม่และยอดขายที่เพิ่มสูงขึ้น ในปี 2560 บริษัทครองส่วนแบ่งการตลาดร้อยละ 6 จากอาคารชุดสร้างเสร็จและจดทะเบียนในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลจำนวนประมาณ 46,000 หน่วย

สำหรับผลการดำเนินงานในมิติทางการเงิน บริษัทและบริษัทย่อยมีรายได้รวมประมาณ 9,655 ล้านบาท หรือเติบโตลดลงประมาณร้อยละ 34 จากปี 2559 โดยมีกำไรสุทธิต่อหุ้น 0.72 บาท ในส่วนฐานะทางการเงินของบริษัทและบริษัทย่อย บริษัทมีสินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้น 2,448.81 ล้านบาท จาก 18,557.92 เป็น 21,006.73 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ 13 อันเนื่องจากการเพิ่มขึ้นของโครงการที่อยู่ระหว่างการพัฒนา 4,823.88 ล้านบาท จาก 6,645.33 เป็น 11,469.21 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 72 ส่วนหนี้สินรวม บริษัทมีหนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 2,445.64 ล้านบาท จาก 6,147.28 เป็น 8,592.92 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 39 โดยมีสาเหตุหลักมาจากการกู้เงินเพื่อพัฒนาโครงการในปี 2560 รวมถึงจำนวนยอดเงินดาวน์ที่เพิ่มสูงขึ้นตามยอดขายที่ปรับตัวสูงขึ้นจากจำนวนสินทรัพย์และหนี้สินที่กล่าวมาข้างต้น ส่งผลให้บริษัทมีอัตราส่วนหนี้สินที่มีดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้นและหนี้สินรวมต่อส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น จาก 0.35:1 เป็น 0.49:1 และจาก 0.50:1 เป็น 0.69:1 ณ 31 ธันวาคม 2559 และ 2560 ตามลำดับ

นอกจากการดำเนินงานในมิติทางการเงินเพื่อสร้างผลตอบแทนต่อผู้ถือหุ้นแล้ว บริษัทยังได้ยึดแนวทางการดำเนินงานภายใต้การพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainable Development) การสร้างสมดุลของผลตอบแทน (Balancing Wealth) และความรับผิดชอบผลกระทบต่อผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม พร้อมทั้งให้ความสำคัญกับการบริหารความเสี่ยงอย่างเข้มข้น รวมถึงหลักธรรมาภิบาล และการให้ความร่วมมือในการต่อต้านทุจริตคอร์รัปชันในการดำเนินงาน โดยผลจากการดำเนินงานภายใต้หลักการดังกล่าว ในปี 2560 บริษัทจึงได้รับรางวัลจากหน่วยงานต่างๆ ดังนี้


ทั้งหมดนี้เป็นเครื่องยืนยันถึงความทุ่มเทของบริษัท คณะกรรมการ พนักงาน และปิยมิตรทางธุรกิจของบริษัท ในการสร้างสรรค์คุณค่าในการดำเนินงาน เพื่อส่งมอบให้แก่ผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มตามแนวทาง “การพัฒนาอย่างยั่งยืน”


Please read our General Disclaimer & Warning carefully.
Use of this Website constitutes acceptance of the Terms of Website Use.
Copyright © 2018. ThaiListedCompany.com. All Rights Reserved.